📌 ปาล์มน้ำมัน เป็นพืชที่ต้องการน้ำในการเจริญเติบโตและสามารถทนน้ำท่วมขังได้ดีกว่าพืชสวนหลายชนิด แต่หากน้ำท่วมขังเป็นเวลานานก็จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นปาล์มได้เช่นกัน
👉 ต้นปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว มีรากที่กระจายไปทั่วดินและใช้ในการเจริญเติบโต (ในกรณีที่มีแสงแดด) หากถูกน้ำท่วมขังนานเกินไป จะทำให้การเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ได้ในระยะเวลา 3-4 เดือน ซึ่งจะทำให้ผลผลิตขาดหายไปอย่างน้อย 20% ของผลผลิตทั้งหมดในปีนั้น และจะกระทบต่อการสร้างรากและใบใหม่ของต้นปาล์ม ดังนี้:
1️⃣ รากขาดออกซิเจน รากเน่าและโคลนเลนท่วมขังทำให้ดินแน่น อากาศในดินมีน้อย ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตในดินตาย
2️⃣ ปุ๋ยอินทรีย์และเคมีถูกชะล้างออกไป ทำให้ดินขาดสารอาหารที่ต้นปาล์มต้องการ
3️⃣ ต้นปาล์มน้ำมันขาดธาตุไนโตรเจน ซึ่งส่งผลให้ต้นไม่เจริญเติบโตตามปกติ
4️⃣ ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ผลเน่า ทะลายเน่า ผลผลิตลดลง และจะกระทบต่อผลผลิตในปีถัดไปประมาณ 2-3 ปี
👉 การบำรุงรักษาหลังน้ำท่วม
1️⃣ กวาดโคลนเลนและเศษไม้ออกจากสวนโดยเร็ว เพื่อทำให้พื้นดินสะอาดและพร้อมสำหรับการฟื้นฟู
2️⃣ หลีกเลี่ยงการเดินรอบต้นปาล์มบริเวณที่มีราก เนื่องจากจะทำให้รากเสียหาย ห้ามใช้เครื่องจักรหนักในสวน
3️⃣ ฉีดพ่นสารเคมีป้องกันและกำจัดเชื้อราที่ยอดปาล์มทุกต้น เพื่อป้องกันโรคจากความชื้น
4️⃣ ตัดหญ้าและทำความสะอาดสวน คลุมโคนต้นด้วยหญ้าแห้งหรือวัสดุคลุมดินอื่น ๆ เพื่อรักษาความชื้นในช่วงฤดูแล้ง
5️⃣ ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ (ประมาณ 3-5 กิโลกรัมต่อต้น) และปุ๋ยเคมีตามอัตราที่แนะนำในช่วงที่ดินเริ่มแห้ง
📌 ข้อควรจำ: น้ำท่วมสวนปาล์มทำให้ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รากปาล์มเสียหาย ปุ๋ยถูกชะล้าง และดินขาดออกซิเจน ซึ่งส่งผลเสียต่อผลผลิตและจะกระทบไปในช่วง 2-3 ปีถัดไป จึงควรรีบฟื้นฟูและบำรุงรักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.
บริษัทศรัทธาคอนเนคท์จำกัดเป็นบริษัทที่รับทำการตลาดให้กับบริษัทปาล์มดีอะโกรโนมี่จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ปาล์มดีและคิวพีพลัส