ข่าวดี‼️

อินเดีย–จีนเร่งนำเข้าน้ำมันปาล์ม หนุนราคาปาล์มมาเลเซียแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน

วันที่: 26 มิถุนายน 2568 เวลา 16:49
ที่มา: สำนักข่าว Business Times


อินเดีย–จีนเร่งนำเข้าน้ำมันปาล์ม หนุนราคาขยับสูง

อินเดียและจีน ซึ่งเป็นสองประเทศผู้นำเข้าน้ำมันพืชรายใหญ่ของโลก ได้เพิ่มการนำเข้าน้ำมันปาล์มจากมาเลเซียอย่างมีนัยสำคัญในเดือนพฤษภาคม 2025 โดยเฉพาะอินเดียที่มียอดนำเข้าเพิ่มขึ้นกว่า ร้อยละ 84 จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน

ขณะเดียวกัน จีนก็มีการเร่งการนำเข้าน้ำมันปาล์มเช่นกัน อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันปาล์มที่อยู่ในระดับต่ำในช่วงต้นไตรมาส และเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความผันผวนของวัตถุดิบในช่วงครึ่งหลังของปี


ราคาน้ำมันปาล์มมาเลเซียแตะระดับสูงสุดในรอบครึ่งปี

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มในตลาดมาเลเซียปรับขึ้นมาอยู่ในช่วง 3,900–4,200 ริงกิตต่อตัน แม้ว่าสต็อกในประเทศจะยังอยู่ในระดับสูงก็ตาม

ราคาดังกล่าวได้รับแรงหนุนจาก:

  • มาตรการของรัฐบาลอินเดียที่ลดภาษีนำเข้าชั่วคราว เพื่อควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ

  • จีนมีเป้าหมายในการจัดเก็บสำรองอาหารและวัตถุดิบเพื่อสร้างเสถียรภาพด้านปริมาณและราคาในประเทศ

ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในมาเลเซียในฐานะ ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มที่มีคุณภาพและราคาที่แข่งขันได้


ผลเชิงเศรษฐกิจต่อมาเลเซีย

การส่งออกน้ำมันปาล์มที่เพิ่มขึ้น:

  • หนุนภาคเกษตรในรัฐซาบาห์ ยะโฮร์ และปะหัง ขยายการผลิตและแปรรูป

  • ภาคโลจิสติกส์เติบโตตามคำสั่งซื้อจากตลาดเอเชีย

  • ลดผลกระทบจากการชะลอตัวในยุโรปและสหรัฐฯ

  • เพิ่มรายได้ภาครัฐจากการส่งออก หนุนแผนพลังงานชีวภาพและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป

  • ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ใช้น้ำมันปาล์มในเอเชียมีแนวโน้มฟื้นตัวตามกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น


บทวิเคราะห์ผลกระทบ

การเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อน้ำมันปาล์มจากอินเดียและจีนในช่วงไตรมาสที่สอง
ส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจมาเลเซียอย่างชัดเจน โดย:

  • ช่วยระบายสต็อกในประเทศ

  • หนุนราคาน้ำมันปาล์มให้อยู่ในระดับที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร

  • กระตุ้นกิจกรรมในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ภาคเกษตร การแปรรูป โลจิสติกส์ และการขนส่ง

ผลกระทบต่อไทย

  • ด้านลบ: ไทยอาจเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบน้ำมันพืชที่สูงขึ้น

  • กระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารแปรรูป และสินค้าอุปโภคบริโภคที่พึ่งพาน้ำมันปาล์ม

  • ด้านบวก: ไทยยังมีโอกาสขยายบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน เช่น โลจิสติกส์ บรรจุภัณฑ์ หรือการร่วมลงทุนกับมาเลเซียและประเทศเพื่อนบ้าน

  • โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเอเชียมีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ


ข้อเสนอแนะต่อภาคธุรกิจไทย

สำนักงานฯ มีความเห็นว่า ผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร น้ำมันพืช และสินค้าอุปโภค ควร:

  • ติดตามแนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด

  • พิจารณาปรับแผนจัดซื้อหรือสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าในมาเลเซีย

  • เพื่อประโยชน์ด้านต้นทุน และความมั่นคงของวัตถุดิบในระยะยาว


สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
26 มิถุนายน 2568